อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ครั้งเดียวคงไม่พอ

0
494

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ภูกระดึง มีตำนานเล่าขานกันมาถึงความท้าทาย และการผจญภัยเล่าถึงความสนุก เป็นการท่องเที่ยวที่ใช้ใจแลกการสัมผัสธรรมชาติ ที่ครบวงจรเลยจริงๆ เราจะต้องเดินเท้าขึ้นไปถึงยอดดอยเป็นระยะทางกว่า 9 กิโลเมตรขึ้นเขา 5 กิโลเมตร บวกทางราบอีกประมาณ 4 กิโลเมตร  มักจะได้รับความนิยมในการไปแบบกลุ่มเพื่อน และคู่รัก การเดินทางของเราครั้งนี้ ไปกับเพื่อนเพียงสองคนแต่เรามีเพื่อนเพิ่มเยอะเลย มิตรภาพระหว่าง มันยอดเยี่ยมมากขอบอก ซักครั้งที่ต้องไปพิชิต

ภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร จากระดับน้ำทะเล เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางดิน ทีมีทั้งทางเดินเรียบๆ บ้าง ทางชันบ้าง บันไดบ้าง สลับกันไป

เห็นแบบนี้แล้ว ค่าจ้าง 30 บาทต่อกิโลแล้วนั้น ไม่แพงเลยซักนิด

ไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหมากดูกซึ่ง อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 2.5 กิโลเมตร เป็นผาสำหรับชมพระอาทิตย์ตกที่ใกล้ที่สุดและมีนักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งเล่นกันตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ มีแม่ค้าตรงผาหมากดูกเล่าให้ฟังว่า ในช่วงกลางคืนนั้นจะมี น้องช้างออกมาทักทายพวกเขาบ่อยๆ จนต้องทำลวดไฟฟ้า กั้นแนวไว้เพื่อเตือนภัย และ ในช่วงต้นฤดูฝนจะมีดอกกระเจียวขึ้นเต็มทุ่งอีกด้วยนะ แต่เรามาฤดูหนาว

มันจะดีแค่ไหน ถ้าได้หลับไปพร้อมกับแสงที่ค่อยๆอ่อนลงของพระอาทิตย์และหลับไหลไปพร้อมกับความหวังที่ตื่นมาในเช้าวันใหม่ เดินเท้าออกไปสัมผัสธรรมชาติ

ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น โดยเจ้าหน้าที่จะนัดเราในช่วงเย็นของเมื่อวาน เพื่อพาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น ตอนตี 5 ตื่น แต่อยากจะบอก ว่า อากาศในตอนเช้านั้นเอ๊ย หนาวโคตร เดินไปคนเดียวไม่ได้นะ อันตรายอาจจะเจอช้างป่าได้ เพราะเป็นช่วงเวลาของน้องช้างเช่นกัน ระยะทางแค่2กิโลเอง เดินประมาณ 20 นาทีอย่าลืมเตรียมไฟฉายด้วยนะ มันจำเป็นมากๆนะ (เราก็ยืม เพื่อนใหม่ เช่นกัน )

สภาพทั่วไปของภูกระดึง คล้ายๆป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาพรรณ พันธุ์สัตว์ป่านานาชนิด มีน้องกวางออกมาเดินเล่นโฉบให้ดูยามค่ำคืน มีน้องทากออกมาทักทายที่ต้นขา ยามกลางวัน ฮ่าๆ มี หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมินั้นทำให้เหล้กดัดในฟันรวดร้าวไปทั้งปากเลยทีเดียว รู้ซึ้งถึงคำว่าคนสะอาดไม่ต้องอาบน้ำก็ได้

มีแกลรี่วางขาย ให้เลือกชม ภาพสวยๆทั้งนั้นเลย

ไปเดินเล่นสายน้ำตกกันบ้าง

ถ่ายโน่น นี่ ไปเรื่อยๆ

การเดินท่องเที่ยวธรรมชาติ บนอุทยานภูกระดึงเราคิดว่า ควรใช้เวลาซัก 2 คืน 3 วันกำลังพอดี ถ้าไปค้างหนึ่งคืนคงเที่ยวไม่ทั่วถึง เพราะมีเส้นทางธรรมชาติ ให้เลือกเดินทางสำรวจและเดินถ่ายรูปเล่น นั่งพักตามสถานที่ต่างๆ มีทั้งเส้นทาง น้ำตกเพ็ญพบ ผาหล่มสัก ผาเหยียบเมฆ และอีกหลายๆผา ไปสำรวจกันนะ เชื่อเรา ภูกระดึงจะเป็นความทรงจำ ที่ไม่เคยลืมเลย ไม่ว่าจะโตขึ้นมากแค่ไหน มันมีเรื่องราวมากจริงๆ

ตอนขาลงนั้นก็ต้องเชฟข้อเท้าดีๆนะ ถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ข้อเท้าแพลงละแย่เลย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นทางชันลงไป แต่เราจะใช้เวลาเดินน้อยลงจากขาขึ้น 

ภูกระดึงครั้งเดียวไม่พอจริงๆ ทั้งความสุข ความสนุก ความโลดโผน ครบรส พาร่างกายและหัวใจ ไปพักผ่อนกันเถอะ

ทางอุทยานภูกระดึงแห่งชาติ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้ตั้งแต่เวลา 07.00-14.00 น. ของทุกวัน และหลังจากเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ทางอุทยานจะไม่อนุญาต เพราะระยะทางในการเดินทางขึ้นเขาต้องใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง กลัวว่านักท่องเที่ยวจะได้รับอันตรายระหว่างทางถ้ามืด เพราะมีทั้งสัตว์น้อยใหญ่ และระหว่างทางเป็นทางขึ้นภูเขา ทางก็จะแบบได้ออกกำลังกายกันตลอดทาง

นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 08.00-16.30 น.อุทยานมีด่านเก็บค่าธรรมเนียม คนไทย คนละ 40 บาท เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ ต่างชาติ 100 บาท และบริการลูกหาบสัมภาระ กิโลกรัมละ 30 บาท ใช้บริการเถอะ ดีเยี่ยมมากๆ ไม่แพงแถมสบาย

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทรศัพท์ 042-810833 และ 042-810834

ขับรถส่วนตัว เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี เพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก หล่มเก่า ด่านซ้าย ภูเรือ และอำเภอเมืองเลย เลี้ยวเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (เลย-ขอนแก่น) และเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2019 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here